วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เมืองไทยแตกแยกเป็นความต้องการของใคร?
ความปั่นป่วนของประเทศชาติที่ยาวนานกว่า 50 ปี นับตั้งแต่การรัฐประหารทำลายรัฐบาลปรีดี พนมยงค์ ในปี พ.ศ. 2490 จนถึงปัจจุบันเป็นผลจากความพยายามฟื้นระบอบราชาธิปไตยของราชสำนัก เนื่องจากกษัตริย์ไม่ยอมเป็นเพียงสัญญลักษณ์แห่งรัฐในระบอบประชาธิปไตย เยี่ยงนานาอารยะประเทศที่เจริญแล้ว เช่นอังกฤษ ญี่ปุ่น สเปน หรือฟินแลนด์ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้กษัตริย์จึงเข้าแทรกแซงระบบการเมืองทั้งทางตรง และทางอ้อมด้วยเครือข่ายลูกสมุนที่มีทั้งทหาร นักการเมือง อาจารย์มหาวิทยาลัย สื่อมวลชนรวมทั้งนักพัฒนาภาคเอกชนบางส่วนที่ได้ชุบเลี้ยงไว้ ด้วยการประสานเสียงโจมตีให้ร้ายต่อระบอบประชาธิปไตยของประชาชนอย่างเกินจริง จนประชาชนเกลียดชัง และโหมโฆษณาให้ทุกคนไปฝากความหวังไว้กับระบอบกษัตริย์ โดยชูคุณธรรมจอมปลอมขึ้นหลอกลวงประชาชนทุกเมื่อเชื่อวัน เช่น ตามสื่อทุกสื่อตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน และทำการแทรกแซงขัดขวางรวมถึงการยึดอำนาจล้มระบอบรัฐสภาเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้สถาบันทางการเมืองที่สำคัญของประชาชนอันได้แก่รัฐธรรมนูญ พรรคการเมือง รัฐบาล และรัฐสภาเกิดความเข้มแข็งขึ้นได้ ด้วยเกรงว่าระบอบประชาธิปไตยของประชาชนจะเติบใหญ่ และตั้งมั่น อันจะกระทบกระเทือนต่อพระราชอำนาจแห่งระบอบราชาธิปไตย ด้วยเหตุนี้จึงเกิดความปั่นป่วนต่อธุรกิจการค้า และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ เนื่องจากเกิดความขัดแย้งแย่งชิงอำนาจกันอยู่เสมอโดยอ้างความจงรักภักดี ซึ่งราชสำนักเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เพื่อมิให้สถาบันใดสถาบันหนึ่งมีความเข้มแข็ง อันเป็นความเลวร้ายที่สุดของสังคมไทยในขณะนี้
ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น อำนาจทางการเมือง และอำนาจทางเศรษฐกิจจึงถูกผูกขาดกระจุกตัวอยู่ที่องค์พระมหากษัตริย์ และแล้วกาลเวลาก็มาถึงเมื่อพระองค์ท่านใกล้จะสิ้นพระชนม์จึงเกิดการแย่งชิง อำนาจกันขึ้นในราชวงศ์ เนื่องจากจำนวนของราชสมบัติที่ล้นหลาม มากที่สุดอันดับ1ในบรรดาราชวงศ์ต่างๆทั่วโลก(อีกทังไม่สามารถตรวจสอบที่มา ได้) และพระราชอำนาจที่ล้นฟ้าล้นแผ่นดินเป็นเหตุเย้ายวนต่อการขึ้นครองราชย์ใน ฐานะรัชกาลที่ 10 ซึ่งพ่อแม่ไม่ยอมให้เป็นไปตามกฎมณเฑียรบาล และกระบวนการตามกฎหมายจึงเกิดขึ้น จากความขัดแย้งไม่ลงตัวระหว่าง แม่กับลูกชาย และลูกสะใภ้จึงเกิดความปั่นป่วนมากขึ้น เมื่อแม่ได้ตัดสินใจสั่งการผ่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ให้เข้ามาจัดระบบอำนาจทางการเมืองใหม่เพื่อรองรับการเข้าสู่อำนาจของตน ดังนั้นบ้านเมืองจึงเกิดความปั่นป่วน ระบบการเมือง และกฎหมายพังทลาย เกิดภาวะสองมาตรฐานอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
การผลัดเปลี่ยนรัชกาลที่ใกล้จะมาถึงอันไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้นี้ ได้เกิดผลกระทบแก่ชีวิตประชาชนโดยตรง แต่ประชาชนเรากลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดถึง เพราะพวกมหาอำมาตย์ได้สร้างเครือข่ายบิดเบือนข่าวปิดหูปิดตา และข่มขู่การแสวงหาความจริงด้วยคุก ตะราง และการล่าสังหาร ในยุคโลกาภิวัฒน์ชีวิตของประชาชนได้ผูกติดกับระบบตลาด ทั้งตลาดหลักทรัพย์ และตลาดการลงทุนที่ทุกคนต้องรู้ความจริงของสถานการณ์บ้านเมือง ด้วยเหตุนี้จึงเกิดข่าวที่สุจริตชนต้องกลับกลายเป็นอาชญากรเพราะแสวงหา และถ่ายทอดข้อเท็จจริง
ความปั่นป่วนในราชวงศ์เป็นผลแห่งกรรมที่พวกเขาได้สร้างขึ้นมาเองแท้ๆ แต่พวกเขากลับโยนบาป และความทุกข์ยากมาที่ประชาชน
จึงขอให้พี่น้อง และประชาชนรวมกันปฏิบัติภารกิจแรกที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งระยะของการเปลี่ยนแปลง นี้ ด้วยการช่วยกันถ่ายทอดความเป็นจริงแห่งสถานการณ์ตามเอกสารนี้ออกไปให้กว้าง ขวาง และรวดเร็วที่สุด เพื่อมิให้พี่น้องประชาชนเราผู้บริสุทธิ์ ทั้งเสื้อเหลือง และเสื้อแดงจะไม่ต้องฆ่าฟันกัน อันเกิดจากความเข้าใจผิดจากการปลุกปั่นยุยงของพวกราชสำนักที่พวกเขากำลัง แย่งชิงอำนาจ และราชสมบัติกัน โดยพวกเขาต้องใช้รัฐบาล รัฐสภา และศาลเป็นเครื่องมือ
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
กำเนิดงิ้วการเมือง ธรรมศาสตร์
24 เมษายน 2010 เวลา 23:37 น.
"งิ้วธรรมศาสตร์" หรือ "งิ้วการเมือง" นั้นเริ่มมีมาตั้งแต่ พ.ศ.2500 โดยพลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งเป็นที่กล่าวขานและสนใจของประชาชนอย่างมาก เนื่องจากเนื้อหาที่นำมาแสดง เป็นเรื่องราวสะท้อนถึงเหตุการณ์บ้านเมืองในยุคนั้นๆ ต่อมาในปี 2501 ในขณะที่การเมืองไทยเข้าสู่ระบบเผด็จการเต็มขั้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะมีการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และสื่อมวลชนโดยทั่วไปเท่านั้น นักศึกษาก็ถูกจำกัดความคิดเห็นและการแสดงออก ในแง่การพูดหรือการเขียน ส่งผลให้นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดตั้ง *ชุมนุมศิลปะและการแสดง* ขึ้น เพื่อเป็นช่องทางการเมือง ถ่ายเทความเคร่งเครียดจากเหตุการณ์บ้านเมือง โดยมี *ปนัดดา พุกกะมาน* *สัญชยากร เศียนเสวี* และ *พีระพงศ์ อิศรภักดี* เป็นกำลังสำคัญในการก่อตั้ง เมื่อเกิดชุมนุมขึ้น ทำให้นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ที่ต่อมามีชื่อเสียงโด่งดังเข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ นายชวน หลีกภัย, นายพีระพงศ์ อิศรภักดี, นายวิทยา สุขดำรงค์, นายสุบิน สินไชย และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ทั้งหลายได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมในหลายรูปแบบ รวมทั้งการจัดแสดงงิ้วนิติศาสตร์ขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนจะได้รับความนิยมกลายมาเป็น "งิ้วธรรมศาสตร์" โดยมีนักศึกษาคณะอื่นๆ ร่วมแสดงมากขึ้นในภายหลัง ในอดีต "งิ้วการเมือง" ที่นำโดย นายพีระพงศ์ อิศรภักดี, นายชวน หลีกภัย และนายวิทยา สุขดำรงค์ จะใช้เรื่อง "สามก๊ก" ในพงศาวดารจีนแสดงนำ ที่ใช้เรื่องสามก๊กก็เพราะเป็นเรื่องที่มากด้วยแม่ทัพนายกอง มีการรบราฆ่าฟัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนายทหารทั้งสิ้น จึงเห็นว่าน่าจะตรงกับเหตุการณ์บ้านเมือง เช่น ครั้งหนึ่งมีงิ้วการเมืองล้อเลียนจอมพลสฤษดิ์ ใช้ชื่อตัวละคร "ตั๋งโต๊ะ" เป็นคนแก่ชอบมีเมียสาวทำนองนั้น สำหรับงิ้วการเมืองที่แสดงกันเรื่องแรก คือ "เตียวเสี้ยนก็มีหัวใจ" ปรากฏเป็นที่ฮือฮากันมาก ผู้แสดงเองก็ต้องอดทนฝึกซ้อมกันอย่างไม่ย่อท้อ เพราะแต่ละคนไม่ได้มีพื้นเพเรื่องงิ้วกันมาก่อน ต้องตระเวนไปตามโรงงิ้ว ทั้งงิ้วกลางแปลง และโรงงิ้วเยาวราช เพื่อไปเรียนรู้จดจำสิ่งต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของงิ้ว ส่วนเนื้อเรื่องก็ว่ากันไปตามแต่ละเหตุการณ์บ้านเมือง โดยคนเขียนบทก็คือ นายชวน หลีกภัย และหลายๆ คนช่วยกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นประเด็นปัญหาตำตาตำใจประชาชน ประเด็นที่ผู้มีอำนาจขณะนั้นใช้สิทธิใช้อำนาจเกินขอบเขต "งิ้วธรรมศาสตร์" มีการแสดงหลายครั้ง หลายโอกาส ประชาชนต่างจดจ่อที่จะได้ชมงิ้วโรงนี้ มีครั้งหนึ่งได้ไปแสดงในงานฉลองประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตไทย ที่โรงแรมดุสิตธานี โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรด้วย วันนั้นมี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นผู้แสดงนำ แต่ละครั้งคนชมจะแน่น แม้ว่าจะเป็นรายการที่กำหนดไว้ลำดับสุดท้ายของงานก็ตาม เนื้อหาที่แสดงก็ยังคงเป็นเรื่องล้อเลียนการเมืองอยู่โดยตลอด จะมีการประกาศกันเสมอๆ ว่า "สันติบาลไม่เกี่ยว" "งิ้วธรรมศาสตร์" รู้กันดีว่าเป็นงิ้วล้อการเมืองจากที่เคยแสดงกันในคณะนิติศาสตร์ใน มหาวิทยาลัย ขยับไปแสดงข้างนอก และช่วงหลังได้ออกโทรทัศน์ เนื่องจากเป็นงิ้วที่ประชาชนให้ความชื่นชอบกันมาก จาก "งิ้วมหาวิทยาลัย" ได้ขยับเป็น "งิ้วทีวี" เริ่มออกอากาศครั้งแรกที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม จากนั้นเพิ่มช่องออกอากาศขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะประชาชนเรียกร้อง ต่อมาสถานีโทรทัศน์อื่นๆ ก็ผวางิ้วธรรมศาสตร์ด้วยเกรงกลัวในเนื้อหาที่ดุเดือด รุนแรง แสดงการเมืองกันจริงๆ และสุดท้ายงิ้วการเมืองที่แสดงในงานวันธรรมศาสตร์ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 ถูกสั่งเลิกแบบฉุกเฉิน ทั้งที่เล่นเพียงฉากเดียว คือเรื่อง "สามก๊ก" ตอน "โจโฉแตกทัพเรือ" เขียนบทโดยชวน หลีกภัย และแสดงโดยชวน หลีกภัย,พีระพงศ์ อิศรภักดี,หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์,วีระ มุสิกพงศ์,ทิพชนก รัตโนสถ,สัญชยากร เศียนเสวี,ทิพยสันฑ์ ศุภพงษ์,ประพันธ์ แถวถิ่นทอง,สมบัติ อุ่นสมบัติ และประจิต ชัยเกียรติ บรรยากาศทางการเมืองในช่วงนั้น เป็นยุคแรกของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ผู้แสดงล้อเลียนพลเอก เปรม คือ หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี แสดงเป็นแม่ทัพโจโฉ มีฉากและเพลงประกอบซึ่งเป็นเพลงที่พลเอก เปรมชื่นชอบ มีการแสดงบุคลิกให้เหมือน เมื่อการแสดงฉากแรกจบและกำลังจะขึ้นแสดงฉากที่สองแค่ไตเติ้ลเพลงจากยอดดอย เพียงเท่านั้นก็ถูกสั่งให้ยุติ และหลังจากนั้นไม่มีใครกล้ารับงิ้วธรรมศาสตร์ไปแสดงอีกเลย ต่อมายุคหลังสถานีโทรทัศน์ให้มีการอัดเทปกันล่วงหน้าเพื่อง่ายแก่การตรวจสอบ ผู้แสดงงิ้วหลายคนก็ไม่พึงประสงค์ที่จะแสดงแล้ว โดยเฉพาะนายชวน ได้ต่อต้านเรื่องนี้มาโดยตลอด ดังนั้น ตลอดช่วงระยะที่ผ่านมาต้องถือว่า "งิ้วธรรมศาสตร์" ได้ธำรงไว้ซึ่งชื่อมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองตามเจตนารมณ์ดั้ง เดิม งิ้วธรรมศาสตร์ได้แสดงออกถึงความต้องการ แสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของประชาชนที่มีต่อการเมือง ได้ทำหน้าที่แทนประชาชนในการปกป้องผลประโยชน์ด้านสิทธิเสรีภาพ โดยใช้สื่อการแสดงมาโดยตลอด กระทั่งปัจจุบันมาถึงสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้นำประเทศ ชุมนุมศิลปะการแสดง "งิ้วการเมือง" ก็ได้ออกมาร่วมเคลื่อนไหวขับไล่นายกรัฐมนตรีผ่านการแสดงดังกล่าว
ขอบคุณข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลมติชน
--
โปรดอ่าน blog
www.pridiinstitute.com
www.nakkhaothai.com
www.pcpthai.org
http://wdpress.blog.co.uk
http://www.cedthai.com/
http://rsm2009-rsm2009.blogspot.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
www.youtube.com/user/naiissarachon#p/a/u/0/34ZvscsnCbA
วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2553
กลุ่ม 16 องค์กรเสนอตั้ง กก.กลางตรวจสอบ-เก็บ-ควบคุมอาวุธจากที่ชุมนุม-ตร.เลิกเกียร์ว่าง
วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 14:32:57 น. มติชนออนไลน์
กลุ่ม 16 องค์กรเสนอตั้ง กก.กลางตรวจสอบ-เก็บ-ควบคุมอาวุธจากที่ชุมนุม-ตร.เลิกเกียร์ว่าง
กลุ่ม 16 องค์กรภาคประชาชนได้ออกแถลงการณ์เพิ่มเติมอีกหนึ่งฉบับเมื่อวันที่ 25 เมษายนขอทุกฝ่ายยุติการสร้างเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้า และเสนอให้มีคนกลางตรวจสอบอาวุธของกลุ่มผู้ชุมนุมทุกฝ่าย รวมทั้งให้ตำรวจ สมาชิกรัฐสภา ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด โดยมีรายละเอียดดังนี้
จากกรณีเหตุการณ์ความสูญเสียชีวิตของประชาชน และผู้ร่วมชุมนุมบริเวณถนนสีลมเมื่อคืนวันที่ 22 เมษายน รวมถึงเหตุการณ์เสียชีวิตของผู้ชุมนุมและทหารในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 10 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา นับเป็นความสูญเสียอย่างยิ่งของคนทั้งประเทศ
กลุ่ม 16 องค์กรภาคประชาชน ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้สูญเสียไม่ว่าเป็นฝ่ายใดก็ตามและเพื่อยุติสถานการณ์ที่มีแนวโน้มว่าจะ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น กลุ่ม 16 องค์กรภาคประชาชนขอเรียกร้องให้มีการปฏิบัติการ ดังนี้
1.ขอให้ทุกฝ่ายยุติการสร้างเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าและการสร้างความรุนแรงที่มีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น
2.เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตของผู้ชุมนุมทุกฝ่าย ป้องกันการใช้อาวุธจากทหาร ตำรวจ และกองกำลังติดอาวุธที่ต้องการสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายภายในประเทศ ขอให้แกนนำผู้ชุมนุมทุกฝ่ายยอมรับให้มีคณะกรรมการตรวจสอบอาวุธ ประกอบด้วย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนร่วมกับตัวแทนผู้ชุมนุมทุกฝ่าย เพื่อให้ทำหน้าที่เก็บอาวุธทุกประเภทออกจากที่ชุมนุมของทุกฝ่าย และให้มีตรวจสอบอาวุธของทุกคนก่อนเข้าร่วมการชุมนุม เพื่อแสดงออกให้เป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธอย่างแท้ จริง
3.จากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้นมากกว่า 50 ครั้ง ในรอบหนึ่งเดือน โดยประชาชนได้เห็นความเพิกเฉยการทำหน้าที่อย่างไม่เต็มที่ของตำรวจในการดูแล ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอเรียกร้องให้ตำรวจทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถในการรักษาความปลอดภัย และชีวิตของประชาชนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
4.ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ในรัฐสภา รีบดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ร่วมกันหาทางออกให้หลุดจากวงจรความขัดแย้งที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของ ประเทศระยะยาว นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของพรรคการเมืองแต่เพียงประการเดียว
5.ขอให้รัฐบาลสนับสนุนให้มีกลไกการปฏิรูปสังคมและการเมืองที่เป็น อิสระ เพื่อแก้ปัญหาประเทศชาติ ประชาชน และความขัดแย้งในสังคมในระยะยาวชร่วมกันคืนสันติภาพสู่สังคมไทย
กลุ่มองค์กรภาคประชาชน 16 องค์กร ประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล, สถาบันพระปกเกล้า, ศูนย์สันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป. อพช.), เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทย ทุกฝ่ายหยุดใช้ความรุนแรง, เครือข่ายสันติวิธี, กลุ่มประชาชนผู้ไม่เอาสงครามกลางเมือง, กลุ่มนักวิชาการประชาธิปไตยเห็นต่างกันได้ แต่อย่าใช้ความรุนแรง, เครือข่ายจิตอาสา, คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35, เครือข่ายพุทธิกา, กลุ่มนักศึกษาใส่ใจไทย, กลุ่มเยาวชนศึกษาสันติวิธี, องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.), ศูนย์อาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ มูลนิธิชุมชนไท
--
โปรดอ่าน blog
www.pridiinstitute.com
www.nakkhaothai.com
www.pcpthai.org
http://wdpress.blog.co.uk
http://www.cedthai.com/
http://rsm2009-rsm2009.blogspot.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
www.youtube.com/user/naiissarachon#p/a/u/0/34ZvscsnCbA
วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553
ผู้ก่อการร้ายไม่มีจริง.....ย้อนรอยเอ็ม 79 ถล่มแยกคอกวัว ทหารหักทหาร...บูรพาพยัคฆ์อัสดง
ราหู राहू บทความ ที่น่าสนใจ...ที่ทุกคน ต้องอ่าน..
V
V
ผู้ก่อการร้ายไม่มีจริง.....ย้อนรอยเอ็ม 79 ถล่มแยกคอกวัว
ทหารหักทหาร...บูรพาพยัคฆ์อัสดง
V
V
ย้อน รอยเอ็ม 79 ถล่มแยกคอกวัว
ทหารหักทหาร...บูรพาพยัคฆ์อัสดง?
การสูญเสียนายทหารฝีมือดีอย่าง พ.อ.ร่มเกล้า
ธุวธรรม รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (รองเสธ.พล.ร.2 รอ.) ณ
สมรภ...ูมิสี่แยกคอกวัว สร้างความสลดใจไปทั่วในหมู่คนในเครื่องแบบสีเขียว
แต่ พ.อ.ร่มเกล้า
ไม่ใช่นายทหารระดับสูงเพียงคนเดียวที่ตกเป็นเป้าสังหาร
เพราะยังมีนายทหารระดับนายพลอย่าง พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล ร.2 รอ.
ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดเอ็ม 79 ถึงขั้นขาหัก 3 ท่อน
และระดับผู้พันอย่าง พ.ท.เกรียงศักดิ์ นันทโพธิเดช
ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 พัน 2
รอ.) ถูกสะเก็ดระเบิดจนต้องผ่าตัดสมองด้วย
ที่น่าสนใจก็คือทั้งหมดเป็นนายทหารสาย
"บูรพาพยัคฆ์" จากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
ขณะที่พลทหารอีกจำนวนหนึ่งที่เสียชีวิตก็สังกัดหน่วยทหารหน่วยนี้เช่นกัน
ปากคำทหารที่อยู่ในเหตุการณ์บอกกับ
"กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ขณะเกิดมิคสัญญีที่สี่แยกคอกวัว พล.ต.วลิต
ซึ่งออกมาบัญชาการภาคสนามด้วยตัวเอง
นั่งประชุมวางแผนอยู่บนฟุตบาทริมถนนตะนาวห่างจากสี่แยกคอกวัวไปทางตลาดบาง
ลำพู โดยมี พ.อ.ร่มเกล้า กับ พ.ท.เกรียงศักดิ์ ปฏิบัติหน้าที่อยู่ไม่ห่าง
จู่ๆ โดยที่ไม่มีใครคาดคิด ก็มีลูกระเบิดเอ็ม
79 ถูกยิงมาจากที่สูงตกลงกลางวงนายทหารระดับสูงที่กำลังนั่งหารือสถานการณ์
และไม่ใช่แค่ลูกเดียว แต่เป็นการยิงถล่มถึง 2 ลูกซ้อน เป็นเหตุให้
พล.ต.วลิต กับ พ.ท.เกรียงศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วน พ.อ.ร่มเกล้า
ไม่มีข้อมูลยืนยันว่าได้รับบาดเจ็บจากจังหวะนี้หรือไม่
แต่นาทีชีวิตยังไม่ผ่านพ้นไป
เพราะมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มซ้ำเข้าไปอีก จน พ.อ.ร่มเกล้า
ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ที่ น่ากังขาก็คือในสถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย
เหตุใดกองกำลังไม่ทราบฝ่ายจึงเลือกเป้าได้อย่างแม่นยำยิ่ง!
นายทหารที่มีประสบการณ์ในสนาม
ตั้งข้อสังเกตว่า
เป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ชุมนุมทั่วไปหรือคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการทหารจะสามารถ
แยกแยะออกว่าใครเป็นใคร เพราะทหารที่ออกปฏิบัติการล้วนใส่ "ชุดฝึก"
ซึ่งหากมองผ่านๆ ก็จะเหมือนๆ กันไปหมด ยิ่งในช่วงเวลาแห่งความสับสน
ยิ่งยากที่จะรู้ว่าใครเป็นใคร ใครเป็นนาย ใครเป็นลูกน้อง
ทหาร ที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ
ให้ข้อมูลว่าเห็นแสงเลเซอร์เป็นลำสีแดงพุ่งตรงมายังจุดที่นายทหารระดับสูง
นั่งกันอยู่ก่อนถูกถล่ม!
เสียงวิจารณ์ว่างานนี้คงไม่ใช่แค่การปะทะกันระหว่างทหารชุดรักษาความสงบกับ
ผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงจึงดังกระหึ่มในแวดวง "คนมีสี"
หลายเสียงเชื่อว่านี่คือการ "ล็อคเป้ายิง"
โดยมีเงื่อนงำลึกลับซับซ้อนยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากันระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายต่อ
ต้านรัฐบาล
ประการแรก พล.ร.2 รอ.
คือหน่วยที่ปฏิบัติการสลายการชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงในเหตุการณ์เมษาฯ
เลือด เมื่อปี 2552 เป็นปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จอย่างแทบจะไร้ที่ติ
เพราะไม่มีผู้ใดเสียชีวิต
ในขณะที่บางกลุ่มบางฝ่ายอยากให้มีการสูญเสียใจแทบขาด
และ พ.อ.ร่มเกล้า กับ พ.ท.เกรียงศักดิ์
ก็คือสองขุนพลที่ปฏิบัติการภาคสนามในวันนั้น โดยมี พล.ต.วลิต
เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด
ความพยายามตรวจสอบเพื่อค้นหาความจริงในเวลาต่อมา พ.อ.ร่มเกล้า
คือกำลังสำคัญของหน่วยที่เดินสายชี้แจง
พร้อมเปิดหลักฐานทุกชนิดเพื่อยืนยันว่าปฏิบัติการที่สามเหลี่ยมดินแดงดำเนิน
ไปตามขั้นตอนและกฎการปะทะทุกอย่าง
ไม่มีการละเมิดสิทธิประชาชนผู้ชุมนุมเลยแม้แต่น้อย
บทบาทของ พ.อ.ร่มเกล้า
ย่อมทำให้กลุ่มการเมืองบางฝ่ายไม่พอใจ...
ประการที่สอง
การที่นายทหารทั้งสามล้วนเป็นสายเลือด "บูรพา พยัคฆ์" จาก พล.ร.2 รอ.
อาจทำให้พวกเขาตกเป็นเป้า เพราะ "บูรพา พยัคฆ์"
คือกลุ่มนายทหารที่ยึดกุมอำนาจแทบจะเบ็ดเสร็จในกองทัพบก ตั้งแต่หัวแถวอย่าง
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุ พงษ์ เผ่าจินดา
ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ.
ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าจ่อเก้าอี้ ผบ.ทบ.คนต่อไป
นอกจากนั้นยังมี พล.ท.คณิต สาพิทักษ์
แม่ทัพภาคที่ 1 ต่อแถวอยู่อีกคน และ พล.ต.วลิต
ก็คือนายทหารมือดีในกลุ่มที่กำลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญต่อไป...ทั้งหมด
ล้วนเติบโตมาจากเส้นทางสายเดียวกันทั้งสิ้น
การเติบใหญ่ของกลุ่ม "บูรพาพยัคฆ์"
ย่อมทำให้นายทหารจากหน่วยอื่นๆ ไม่พอใจ...
ปฏิบัติการรุนแรงที่สี่แยกคอกวัว
กับลูกระเบิดและกระสุนปืนที่พุ่งตรงสู่เป้าหมายคือนายทหารหน่วยนี้อย่างแม่น
ยำ เป็นคำตอบที่คนในวงการฟันธงว่า น่าจะเป็นฝีมือของ "คนมีสี" ด้วยกัน
และน่าจะ "สีเดียวกัน"
นี่ ยังไม่นับแผนปฏิบัติ "ขอคืนพื้นที่"
บริเวณโดยรอบเวที ชุมนุมเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
ที่ถูกตั้งคำถามจากผู้มีประสบการณ์ว่า ทำกันอย่างนี้ได้อย่างไร
โดยเฉพาะการเปิดปฏิบัติการในช่วงบ่ายถึงค่ำซึ่งยืดเยื้อโดยใช่เหตุ
ซ้ำยังสุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากมือที่สามเป็นอย่างยิ่ง
"บิ๊กมีสี"
บางคนถึงกับฟันธงว่างานนี้น่าจะมี "วางยา" และมี "ไส้ศึก" เสียด้วยซ้ำ...
ฤา กลุ่ม "บูรพาพยัคฆ์" กำลังถึงคราวอัสดง!
บทความน่าสนใจจาก
http://www.oknation.net/blog/kobkab/2010/04/12/entry-1
http://www.facebook.com/profile.php?id=100000185739604#!/?ref=home
ดูเพิ่มเติม--
โปรดอ่าน blog
www.pridiinstitute.com
www.nakkhaothai.com
www.pcpthai.org
http://wdpress.blog.co.uk
http://www.cedthai.com/
http://rsm2009-rsm2009.blogspot.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
www.youtube.com/user/naiissarachon#p/a/u/0/34ZvscsnCbA
